แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ง่ายๆ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ง่ายๆ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วิธีการทดสอบว่าจำนวนหารด้วยเลขใดลงตัวบ้าง

วิธีการทดสอบนี้ สามารถจำนวนหนึ่งสามารถหารด้วยอีกจำนวนลงตัวหรือไม่ การหารลงตัวหมายถึงหารได้โดยไม่เหลือเศษ (ในกรณีจำนวนใหญ่ๆ)
ในที่นี้ จะกล่าวถึง 
การหารลงตัว 1 ถึง 20 ลงตัว

สำหรับ 1 นั้น ทุกจำนวนสามารถหาร 1 ได้เสมอ 


สำหรับ 2 นั้น ให้ดูแค่ตัวท้าย (ถ้าเป็นจำนวนคู่ ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 375152 หาร 2 ลงตัว แต่ 489621 หาร 2 ไม่ลงตัว

สำหรับ 3 นั้น ให้นำตัวเลขทุกตัวมาบวกกัน (ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 3 ลงตัว ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 14124 หาร 3 ลงตัว (1 + 4 + 1 + 2 + 4 = 12 , 1 + 2 = 3)   แต่ 53243 หาร 3 ไม่ลงตัว (5 + 3 + 2 + 4 + 3 = 17 , 1 + 7 = 8)

สำหรับ 4 นั้น ให้ดูแค่ 2 ตัวท้าย (ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 4 ลงตัว ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 375352 หาร 4 ลงตัว (52 = 4 x 13) แต่ 489622 หาร 4 ไม่ลงตัว (22 = (4 x 5) + 2)

สำหรับ 5 นั้น ให้ดูแค่ตัวท้าย (ถ้าเป็น 5 หรือ 0 ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 1414235 หาร 5 ลงตัว แต่ 1525354 หาร 5 ไม่ลงตัว

สำหรับ 6 นั้น ให้นำตัวเลขทุกตัวมาบวกกัน และ ดูแค่ตัวท้าย(ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 3 ลงตัว และเป็นจำนวนคู่ ถือว่า หารลงตัว) 
 เช่น 14124 หาร 6 ลงตัว (1 + 4 + 1 + 2 + 4 = 12 , 1 + 2 = 3) 
 แต่   24435 หาร 6 ไม่ลงตัว 

สำหรับ 7 นั้น มี 2 วิธี
  •  ให้นำตัวเลขตัวท้ายคูณด้วย 2 แล้ว มาลบกับตัวข้างหน้าที่เหลือ
    (ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 7 ลงตัว หรือ 0 ถือว่า หารลงตัว) เช่น 999999 หาร 7 ลงตัว(99999 - (2 x 9) = 99999 - 18 = 99981 , 9998 - (2 x 1) = 9998 - 2 = 9996 , 999 - (2 x 6) = 999 - 12 = 987 , 98 - (2 x 7) = 98 - 14 = 84 8 - (2 x 4) = 8 - 8 = 0)  แต่  989 หาร 7 ไม่ลงตัว (98 - (2 x 9) = 98 - 18 = 80 8 - (2 x 0) = 8 - 0 = 8 = (7 x 1) + 1) 
  •  ให้นำตัวเลขตัวท้ายคูณด้วย 5 แล้ว มาบวกกับตัวข้างหน้าที่เหลือ
    (ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 7 ลงตัว หรือ 0 ถือว่า หารลงตัว)
     เช่น 999999 หาร 7 ลงตัว(99999 + (5 x 9) = 99999 + 45 = 100044 , 10004 + (5 x 4) = 10004 + 20 = 10024, 1002 + (5 x 4) = 1002 + 20 = 1022 , 102 + (5 x 2) = 102 + 10 = 112 ,
     11 + (5 x 2) = 11 + 10 = 21 ,
     2 + (5 x 1) = 2 + 5 = 7)  แต่  989 หาร 7 ไม่ลงตัว (98 + (5 x 9) = 98 + 45 = 143 , 14 + (5 x 3) = 14 + 15 = 29 = (7 x 4) + 1
สำหรับ 8 นั้น ให้ดูแค่ 3 ตัวท้าย (ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 8 ลงตัว ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 375352 หาร 8 ลงตัว (352 = 8 x 44) แต่ 489622 หาร 8 ไม่ลงตัว (622 = (8 x 77) + 6)

สำหรับ 9 นั้น ให้นำตัวเลขทุกตัวมาบวกกัน 
(เหมือนกรณี 3 แต่ว่า จำนวนนั้นหารด้วย 9 ลงตัว ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 53244 หาร 9 ลงตัว (5 + 3 + 2 + 4 + 4 = 18 , 1 + 8 = 9)
 แต่  14124 หาร 9 ไม่ลงตัว (1 + 4 + 1 + 2 + 4 = 12 , 1 + 2 = 3) 

สำหรับ 10 นั้น ให้ดูแค่ตัวท้าย (ถ้าเป็น 0 ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 1525350 หาร 10 ลงตัว แต่ 1414235 หาร 10 ไม่ลงตัว

สำหรับ 11 นั้น ให้นำตัวเลขที่อยู่อันดับคู่มาบวกกัน แล้ว มาลบกับตัวเลขที่อยู่อันดับคี่มาที่มาบวกกัน
(ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 11 ลงตัว หรือ 0 ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 142857 หาร 11 ลงตัว ((1+2+5)-(4+8+7) = 8 - 19 = -11 = 11 x -1)
 แต่   241785 หาร 11 ไม่ลงตัว ((2+1+8)-(4+7+5) = 13 - 16 = -3 = (11 x -1) + 8 )

สำหรับ 13 นั้น ให้นำตัวเลขตัวท้ายคูณด้วย 4 แล้ว มาบวกกับตัวข้างหน้าที่เหลือ
(ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 13 ลงตัว หรือ 0 ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 28561 หาร 13 ลงตัว(2856 + (4 x 1) = 2856 + 4 = 2860 ,
 28 +
 (4 x 6) = 28 + 24 = 52 = (13 x 4)) 
 แต่  4859 หาร 13 ไม่ลงตัว 
(485 + (4 x 9) = 485 + 36 = 521 ,
 52 + (4 x 1) = 52 + 4 = 56  = (13 x 4) + 4) 

สำหรับ 16 นั้น ให้ดูแค่ 4 ตัวท้าย (ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 16 ลงตัว ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 375360 หาร 16 ลงตัว (5360 = 16 x 335) แต่ 489622 หาร 16 ไม่ลงตัว (9622 = (16 x 601) + 6)

สำหรับ 17 นั้น ให้นำตัวเลขตัวท้ายคูณด้วย 5 แล้ว มาลบกับตัวข้างหน้าที่เหลือ
(ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 17 ลงตัว หรือ 0 ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 3825 หาร 17 ลงตัว(382 - (5 x 5) = 382 - 25 = 357 ,
 35
 - (5 x 7) = 35 - 35 = 0) 
 แต่  2997 หาร 17 ไม่ลงตัว 
(299 - (5 x 7) = 299 - 35 = 264
 26 - (5 x 4) = 26 - 20 = 6) 

สำหรับ 19 นั้น ให้นำตัวเลขตัวท้ายคูณด้วย 2 แล้ว มาบวกกับตัวข้างหน้าที่เหลือ
(ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 19 ลงตัว หรือ 0 ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 6859 หาร 19 ลงตัว(685 + (2 x 9) = 685 + 18 = 703 ,
 70 +
 (2 x 3) = 70 + 6 = 76 ,
 
7 + (2 x 6) = 7 + 12 = 19) 
 แต่  2997 หาร 19 ไม่ลงตัว 
(299 + (2 x 7) = 299 + 14 = 313 ,
 31 + (2 x 3) = 31 + 6 = 37  = (19 x 1) + 18) 


* กรณี พิเศษ

สำหรับ 21 นั้น ให้นำตัวเลขตัวท้ายคูณด้วย 2 แล้ว มาลบกับตัวข้างหน้าที่เหลือ
(ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 21 ลงตัว หรือ 0 ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 999999 หาร 21 ลงตัว(99999 - (2 x 9) = 99999 - 18 = 99981 ,
 9998
 - (2 x 1) = 9998 - 2 = 9996 ,
 
999 - (2 x 6) = 999 - 12 = 987 ,
 98 - (2 x 7) = 98 - 14 = 84
 8 - (2 x 4) = 8 - 8 = 0) 
 แต่  2997 หาร 21 ไม่ลงตัว 
(299 - (2 x 7) = 299 - 14 = 285
 28 - (2 x 5) = 28 - 10 = 18) 

สำหรับ 27 นั้น ให้นำตัวเลขตัวท้ายคูณด้วย 8 แล้ว มาลบกับตัวข้างหน้าที่เหลือ
(ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 27 ลงตัว หรือ 0 ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 729 หาร 27 ลงตัว(72 - (8 x 9) = 72 - 72 = 0) 
 แต่  2991 หาร 27 ไม่ลงตัว 
(299 - (8 x 1) = 299 - 8 = 291
 29 - (8 x 1) = 29 - 8 = 21) 

สำหรับ 33 นั้น ให้นำตัวเลขทุกๆ 2 ตัวมาบวกกัน 
(ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 33 ลงตัว ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 21012 หาร 33 ลงตัว (2 + 10 + 21 = 33)
 แต่  14729 หาร 33 ไม่ลงตัว (1 + 47 + 29 = 81 = (33 x 2) + 15) 

สำหรับ 39 นั้น ให้นำตัวเลขตัวท้ายคูณด้วย 4 แล้ว มาบวกกับตัวข้างหน้าที่เหลือ
(ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 39 ลงตัว หรือ 0 ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 1521 หาร 39 ลงตัว(152 + (4 x 1) = 152 + 4 = 156 = 39 x 4) 
 แต่  28561 หาร 39 ไม่ลงตัว
(2856 + (4 x 1) = 2856 + 4 = 2860 ,
 28 +
 (4 x 6) = 28 + 24 = 52 = (39 x 1) + 13) 

สำหรับ 49 นั้น ให้นำตัวเลขตัวท้ายคูณด้วย 5 แล้ว มาบวกกับตัวข้างหน้าที่เหลือ
(ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 7 ลงตัว หรือ 0 ถือว่า หารลงตัว) เช่น 999999 หาร 7 ลงตัว
(99999 + (5 x 9) = 99999 + 45 = 100044 ,
 10004 + (5 x 4) = 10004 + 20 = 10024,
 1002 + (5 x 4) = 1002 + 20 = 1022 ,
 102 + (5 x 2) = 102 + 10 = 112 ,
 11 + (5 x 2) = 11 + 10 = 21 ,
 2 + (5 x 1) = 2 + 5 = 7) 
 แต่  989 หาร 7 ไม่ลงตัว 
(98 + (5 x 9) = 98 + 45 = 143 ,
 14 + (5 x 3) = 14 + 15 = 29 = (7 x 4) + 1)

สำหรับ 51 นั้น ให้นำตัวเลขตัวท้ายคูณด้วย 5 แล้ว มาลบกับตัวข้างหน้าที่เหลือ
(ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 51 ลงตัว หรือ 0 ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 3825 หาร 51 ลงตัว(382 - (5 x 5) = 382 - 25 = 357 ,
 35
 - (5 x 7) = 35 - 35 = 0) 
 แต่  3859 หาร 51 ไม่ลงตัว 
(385 - (5 x 9) = 385 - 45 = 340 = (51 x 6) + 34)

สำหรับ 81 นั้น ให้นำตัวเลขตัวท้ายคูณด้วย 8 แล้ว มาลบกับตัวข้างหน้าที่เหลือ
(ถ้าจำนวนนั้นหารด้วย 81 ลงตัว หรือ 0 ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 729 หาร 81 ลงตัว(72 - (8 x 9) = 72 - 72 = 0) 
 แต่  3996 หาร 81 ไม่ลงตัว 
(399 - (8 x 6) = 399 - 48 = 351
 35 - (8 x 1) = 35 - 8 = 27) 

สำหรับ 99 นั้น ให้นำตัวเลขทุกๆ 2 ตัวมาบวกกัน 
(เหมือนกรณี 33 แต่ว่า จำนวนนั้นหารด้วย 99 ลงตัว ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 55044 หาร 99 ลงตัว (5 + 50 + 44 = 99)
 แต่  14724 หาร 99 ไม่ลงตัว (1 + 47 + 24 = 72) 

สำหรับ 100 นั้น ให้ดูแค่ 2 ตัวท้าย (ถ้าเป็น 00 ถือว่า หารลงตัว)
 เช่น 1525500 หาร 100 ลงตัว แต่ 1414350 หาร 100 ไม่ลงตัว

* กรณี ((a x 10) + 1)  ให้นำตัวเลขตัวท้ายคูณด้วย a แล้ว มาลบกับตัวข้างหน้าที่เหลือ เช่น
กรณี 21 เป็นต้น

ส่วน กรณี ((a x 10) + 9)  ให้นำตัวเลขตัวท้ายคูณด้วย (a + 1) แล้ว มาบวกกับตัวข้างหน้าที่เหลือ เช่นกรณี 39 เป็นต้น
และ ถ้าจำนวนใดที่เป็น ตัวคูณร่วมของจำนวนที่ต้องการ จะมีวิธีการหาแบบเดียวกัน
เช่น กรณี 51 กับ 17 เป็นต้น

cr.
http://www.trueplookpanya.com/new/clipded/index/354
http://www.mathsisfun.com/divisibility-rules.html
https://en.wikipedia.org/wiki/Divisibility_rule
http://www.savory.de/maths1.htm

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558

10 เทคนิคง่ายๆกับคณิตศาสตร์

คณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับใครหลายๆคน แต่ 10  เทคนิคนี้จะช่วยให้ท่านผู้อ่านสามารถฝึกฝนทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ได้

1. การคูณด้วย 11
    จากการคูณจำนวนใดๆด้วย 10 เพียงแค่เพิ่มเลข 0 ลงท้ายจำนวนนั้น
    แต่รู้ไหมว่า การคูณจำนวนที่ไม่เกิน 100 กับ 11 นั้นมีเทคนิคคือ  ...  

1.แทรกช่องว่างระหว่างจำนวนที่ต้องการ
2.นำเลขหลักหน่วยและหลักสิบมาบวกกัน และใส่ในช่องว่าง
3.เมื่อเลขที่ได้ มี 2 หลัก ให้นำหลักสิบที่ได้มาบวกกับหลักร้อย

ตัวอย่าง 49 x 11 = 4 _ 9
                           = 4 (4+9) 9
                           = 4 13 9
                           = (4+1) 3 9
                           = 5 3 9
ตัวอย่าง 17 x 11 = 1 _ 7
                           = 1 (1+7) 7
                           = 1 8 7

2.กำลังสองอย่างง่าย
   เมื่อต้องการยกกำลังสองกับจำนวนที่ลงท้ายด้วย 5 และมี 2 หลัก (เช่น 45)
มีวิธีการอย่างง่ายที่จะหาคำตอบ คือ ...

นำเลขตัวหน้ามาคูณกับตัวเองแล้วบวก1 แล้วใส่เลข 25 ข้างหลัง

ตัวอย่าง 45 x 45 = (4 x (4+1)) 25
                           =  (4 x 5) 25
                           = 20 25

3.การคูณด้วย 5 อย่างง่าย
   การจำสูตรคูณแม่ 5 นั้นง่ายมาก แต่ถ้าเกิดจำนวนนัั้นมีค่าสูงๆ เป็นหลักพันขึ้นไป อาจมีปัญหา ใช่ไหม
ถ้าใช่ มีวิธีหาคำตอบได้ ด้วยการแบ่งครึ่งจำนวนนั้น (หรือทำการหาร 2) แล้วคูณด้วย 10 แทนการคูณด้วย 5 โดยตรง

*ถ้าเป็นเลขคี่ ให้ปัดเศษลงหลังการแบ่งครึ่ง แล้วบวก 5 หลังการคูณ 10

ตัวอย่าง 45678 x 5 = (45678 / 2) x 10
                               =  22839 x 10
                               =  228390
ตัวอย่าง 12321 x 5 = (12321 / 2) x 10
                               =  6160.5 x 10
                               =  (6160 x 10)+ 5
                               =  61600 + 5
                               =  61605

4.การหารด้วย 5 อย่างง่าย
   วิธีการหารจำนวนใหญ่ๆด้วย 5 นั้นง่ายมาก เพียงแค่คูณ 2 กับจำนวนนั้น แล้วเพิ่มจุดทศนิยมหลังหลักหน่วย

ตัวอย่าง 1420 / 5
จาก (1420 * 2) = 2840
ดังนั้น 1420 / 5 = 284.0 หรือ 248

ตัวอย่าง 45678 / 5
จาก (45678 * 2) = 91356
ดังนั้น 45678 / 5 = 9135.6

5.การคูณด้วย 4 อย่างง่าย
 การคูณ 4  เมื่อเจอกับจำนวนบางตัวสามารถคูณตรงๆได้ แต่บางครั้งจำนวนบางตัวก็ยากที่จะทำได้โดยตรง ซึ่งมีวิํธีง่ายๆเมื่อทำการคูณจำนวนเหล่านี้ด้วย 4 คือ คูณ จำนวนนั้น ด้วย 2 และคูณ 2 อีกที

ตัวอย่าง 1233 x 4 = (1233 x 2) x 2
                             =  2466 x 2
                             =  4932

6.การคูณแบบหยาบๆ
 เมื่อต้องการคูณจำนวน 2 จำนวนซึ่งมีจำนวนคู่ และ จำนวนที่ใหญ่ แบบง่ายๆ นั้นมีวิธีการคือ
แบ่งตัวหารของจำนวนคู่ให้กับจำนวนที่ใหญ่

ตัวอย่าง 4725 x 48 = 4725 x 2 x 24
                               = 9450 x 2 x 12
                               = 18900 x 2 x 6
                               = 37800 x 2 x 3
                               = 75600 x 3
                               = 226800

7. 1000 ลบด้วย ...
 เมื่อต้องการลบ 1000 กับ จำนวนใหญ่ๆ มีวิธีที่ง่ายสำหรับการลบโดยใช้กฏง่ายๆ คือ ลบตัวเลขแต่ละหลักยกเว้นหลักสุดท้ายด้วย 9 และ ลบตัวเลขหลักสุดท้ายด้วย 10

ตัวอย่าง 1000 - 235
จาก 9 - 2 = 7
       9 - 3 = 6
       10 - 5 = 5
ดังนั้น 1000 - 235 = 765

8.วิธีคำนวน 15 % อย่างง่าย
 ถ้าต้องการคำนวน 15% ของราคาสินค้า โดยมีวิธีง่ายๆในการคำนวน
คือ คิด 10 %(ใส่จุดทศนิยมหลังหลักหน่วย) และบวกอีกครึ่งหนึ่ง
ตัวอย่าง 15% ของ 35฿ =  (10% ของ 35) + ((10% ของ 35) / 2)
                                      =  3.5 + (3.5 / 2)
                                      =  3.5 + 1.75
                                      =  5.25฿


9.การคูณด้วย 9 อย่างง่าย
 วิธีง่ายๆในการคูณ 9 โดยที่ไม่ต้องจำสูตร คือ ใช้นิ้วมือ(วิธีการดังรูป)

ให้นิ้วต่างๆมีค่าของเลขโดด
1 = นิ้วโป้งซ้าย
2 = นิ้วชี้ซ้าย
3 = นิ้วกลางซ้าย
4 = นิ้วนางซ้าย
5 = นิ้วก้อยซ้าย
6 = นิ้วก้อยขวา
7 = นิ้วนางขวา
8 = นิ้วกลางขวา
9 = นิ้วชี้ขวา
10 = นิ้วโป้งขวา
ดังรูป

เมื่อต้องการนำ 9 ไปคูณกับเลขโดดที่ต้องการให้งอนิ้วที่ตรงกับเลขโดดที่กำหนดไว้
แล้วจำนวนนิ้วที่อยู่ด้านซ้ายจะมีค่าเท่ากับเลขที่อยู่ข้างหน้า
และจำนวนนิ้วที่อยู่ด้านขวาจะมีค่าเท่ากับเลขที่อยู่ข้างหลัง

ตัวอย่าง
9 x 8

 

จำนวนนิ้วที่อยู่ด้านซ้ายจะมีค่าเท่ากับ 7
และจำนวนนิ้วที่อยู่ด้านขวาจะมีค่าเท่ากับ 2

ดังนั้น 9 x 8 = 72

10. สารพันวิธีการคูณ
 การคูณด้วย 4 : คูณด้วย 2   2 ครั้ง
 การคูณด้วย 5 : คูณด้วย 10 แล้ว หารด้วย 2
 การคูณด้วย 6 : คูณด้วย 3   แล้ว คูณด้วย 2
 การคูณด้วย 8 : คูณด้วย 2   3 ครั้ง
 การคูณด้วย 9 : คูณด้วย 10 แล้ว ลบด้วยจำนวนที่ต้องการ หรือ คูณด้วย 3   2 ครั้ง
 การคูณด้วย 11 : คูณด้วย 10 แล้ว บวกด้วยจำนวนที่ต้องการ
 การคูณด้วย 12 : คูณด้วย 10 แล้ว บวกด้วย 2 เท่าของจำนวนที่ต้องการ
 การคูณด้วย 13 : คูณด้วย 10 แล้ว บวกด้วย 3 เท่าของจำนวนที่ต้องการ
 การคูณด้วย 14 : คูณด้วย 7   แล้ว คูณด้วย 2
 การคูณด้วย 15 : คูณด้วย 10 แล้ว บวกด้วย 5 เท่าของจำนวนที่ต้องการ
 การคูณด้วย 16 : คูณด้วย 4   2 ครั้ง หรือ คูณด้วย 8 แล้ว คูณด้วย 2
 การคูณด้วย 17 : คูณด้วย 7   แล้ว บวกด้วย 10 เท่าของจำนวนที่ต้องการ
 การคูณด้วย 18 : คูณด้วย 20 แล้ว ลบด้วย 2 เท่าของจำนวนที่ต้องการ หรือ คูณด้วย 9 แล้ว คูณด้วย 2
 การคูณด้วย 19 : คูณด้วย 20 แล้ว ลบด้วยจำนวนที่ต้องการ
 การคูณด้วย 24 : คูณด้วย 8   แล้ว คูณด้วย 3
 การคูณด้วย 27 : คูณด้วย 30 แล้ว ลบด้วย 3 เท่าของจำนวนที่ต้องการ หรือ คูณด้วย 3   3 ครั้ง
 การคูณด้วย 45 : คูณด้วย 50 แล้ว ลบด้วย 5 เท่าของจำนวนที่ต้องการ หรือ คูณด้วย 5 แล้ว คูณด้วย 9
 การคูณด้วย 90 : คูณด้วย 9 แล้วเติมศูนย์หลังหลักหน่วย
 การคูณด้วย 98 : คูณด้วย 100 แล้ว ลบด้วย 2 เท่าของจำนวนที่ต้องการ
 การคูณด้วย 99 : คูณด้วย 100 แล้ว ลบด้วยจำนวนที่ต้องการ

Bonus...  วิธีคำนวนเปอร์เซนต์อย่างง่าย
 จงหา 7 % ของ 300 ซึ่งฟังดูยาก แต่
 จากคำว่า "เปอร์เซนต์(Percent)" หรือ ร้อยละ มาจาก 2 คำรวมกันคือ Per- (แปลว่า แต่ละ/แบ่ง) และ -cent (แปลว่า ร้อย) ดังนั้น เปอร์เซนต์ จึงมีความหมายว่า  แบ่งเป็นร้อยส่วน.
 นั้นคือ 7 % ของ 100 = 7 หมายถึง มีแค่ 7 ส่วน ใน 100 ส่วน
 12.41% ของ 100 = 12.41  0.01% ของ 100 = 0.01
 ซึ่งจะใช้ประโยชน์อย่างไร
 จากคำถามที่ว่า 7 % ของ 300 ซึ่ง  7 % ของ 100 แรก = 7 , 7 % ของ 100 ที่สอง = 7 และ
7 % ของ 100 สุดท้าย = 7 ดังนั้น 7 % ของ 300 = 7 + 7 + 7 = 21
 แต่ถ้าส่วนทั้งหมดน้อยกว่า 100 ให้ เลื่อนจุดทศนิยม
เช่น 6 % ของ 400 = 6 + 6 + 6 + 6 = 24
       6 % ของ 150 = 6 + 3 = 9
       6 % ของ 15   = 0.9
       17 % ของ 300   = 17 + 17 + 17 = 51
       17 % ของ 350   = 17 + 17 + 17 + 8.5 = 59.5
 และ อีกเทคนิคหนึ่งคือ สามารถสลับตัวเปอร์เซนต์กับตัวส่วนได้
ตัวอย่าง 4 % ของ 100 มีค่าเท่ากับ 100 % ของ 4

แปลจาก http://listverse.com/2007/09/17/10-easy-arithmetic-tricks/
รูปจาก  http://www.sahavicha.com/?name=article&file=readarticle&id=2407